แนวทางการจัดอีเว้นท์ ธุรกิจ SME ทำอย่างไรให้มั่นคง

ในยุคปัจจุบัน ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆมีทางเลือกในการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าและบริการในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงการทำการตลาดในเชิงกิจกรรม หรือการจัดงานอีเว้นท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากผู้ประกอบการ เนื่องจากการจัดงานอีเว้นท์สามารถสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง

บริษัทที่จัดงานอีเว้นท์ได้ดีที่สุด –  บริษัทรับจัดงานอีเว็นท์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

ความนิยมในการจัดงานอีเว้นท์ของผู้ประกอบการ ได้นำมาซึ่งการขยายตัวของธุรกิจบริหารการจัดงาน หรือธุรกิจอีเว้นท์ ซึ่งมีบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบการให้การจัดงานอีเว้นท์ประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยพบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศไทยมีการประกอบธุรกิจอย่างหลากหลายและกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศเพื่อรองรับรูปแบบและขนาดการจัดงานอีเว้นท์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยเราสามารถจำแนกผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศไทยออกได้เป็นสองกลุ่มหลักๆ ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ในแต่ละกลุ่มต่างก็มีความเชี่ยวชาญในการจัดงาน กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมถึงรูปแบบการประกอบธุรกิจที่แตกต่างกัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจอีเว้นท์มายาว นาน จึงมีประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี องค์ความรู้ในการบริหารจัดการงานอีเว้นท์ รวมถึงเงินทุนระดับสูง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่ยังมีบริษัทในเครือและเครือข่ายพันธมิตรที่สนับสนุนการประกอบธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น การจัดหาอุปกรณ์ เทคโนโลยี แสง สี เสียง เทคนิคพิเศษ และบุคลากร รวมถึงยังมีเครือข่ายสื่อมวลชนที่ช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างอีกด้วย

รูปแบบการรับจัดงานอีเว้นท์ของผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั้งงานที่จัดเป็นประจำในแต่ละช่วงเวลา และงานที่จัดขึ้นเป็นรายครั้ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การจัดงานรื่นเริงในเทศกาลต่างๆ คอนเสิร์ต งานมหกรรมกีฬา การประชุม งานสัมมนา งานแสดงสินค้าในระดับประเทศและนานาชาติ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่ใช้บริการผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่จะเป็นองค์กรที่ต้องการจัดงานอีเว้นท์ที่มีรูปแบบที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้จำนวนมาก สร้างการรับรู้ในการจัดงานสำหรับผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆไปได้อย่างราบรื่น โดยลูกค้าที่ใช้บริการผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่จะครอบคลุมถึงภาคเอกชน ทั้งผู้ประกอบการไทยและบริษัทข้ามชาติ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

จากการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีความคาดหวังถึงผลจากการจัดงานอีเว้นท์ในระดับสูง ส่งผลให้ลูกค้าที่ใช้บริการให้ความสำคัญกับการเลือกผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ที่มีความเหมาะสมมาเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดงาน โดยลูกค้าที่ใช้บริการจะพิจารณาความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์การจัดงานอีเว้นท์ รวมถึงผลงานที่ผ่านมาของผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ซึ่งพบว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว ลูกค้าที่ใช้บริการจะเชิญผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งมานำเสนอข้อมูลต่างๆ เช่น รูปแบบการจัดงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ รวมถึงแผนสำรองต่างๆ แล้วจึงจะตัดสินใจเลือกผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด กล่าวคือ เป็นผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ที่สามารถนำเสนอรูปแบบการจัดงานได้อย่างน่าสนใจ สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการจัดงานอีเว้นท์ของลูกค้าที่ใช้บริการได้เป็นอย่างดีภายใต้งบประมาณที่กำหนด รวมถึงยังต้องมีแผนสำรองต่างๆในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น ทั้งก่อนการจัดงานอีเว้นท์และระหว่างการจัดงานอีเว้นท์

ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็ก

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็กจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นประกอบธุรกิจอีเว้นท์ จึงมีประสบการณ์ เทคโนโลยี องค์ความรู้ในการบริหารจัดการงานอีเว้นท์ รวมถึงเงินทุนอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็กยังขาดเครือข่ายพันธมิตรที่สนับสนุนการประกอบธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น การจัดหาอุปกรณ์ เทคโนโลยี แสง สี เสียง เทคนิคพิเศษ และบุคลากร ซึ่งพบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการติดต่อประสานงานกันเป็นรายครั้ง และมีการเปลี่ยนเครือข่ายพันธมิตรให้สอดคล้องตามรูปแบบและขนาดการจัดงานตามความเหมาะสม รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็กยังขาดเครือข่ายสื่อมวลชนที่ช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างอีกด้วย

การรับจัดงานอีเว้นท์ของผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่จะเป็นการรับจัดงานภายในประเทศ ครอบคลุมถึงงานเปิดตัวสินค้า งานจัดเลี้ยงระดับองค์กร งานพิธีการ และงานเฉพาะกลุ่มต่างๆ เช่น งานหมั้น งานแต่งงาน ปาร์ตี้ส่วนตัว เป็นต้น โดยลูกค้าที่ใช้บริการผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปเป็นหลัก

ถึงแม้ว่าการจัดงานอีเว้นท์ขนาดเล็กจะใช้งบประมาณและมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานไม่มากเท่ากับการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ แต่ก็พบว่าลูกค้าที่ใช้บริการต่างก็มีความคาดหวังว่าการจัดงานอีเว้นท์จะต้องมีรูปแบบที่น่าสนใจ สามารถสร้างการรับรู้และจดจำในการจัดงานสำหรับผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งพบว่าโดยทั่วไปแล้วลูกค้าที่ใช้บริการจะเลือกผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดกลางและขนาดเล็กโดยอาศัยการแนะนำหรือบอกต่อ

วิเคราะห์ธุรกิจอีเว้นท์

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง พฤติกรรมของผู้คนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาอย่างรุดหน้าของเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง ล้วนเป็นปัจจัยที่กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจอีเว้นท์ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์สามารถกำหนดกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจอีเว้นท์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

จากการประเมินแนวโน้มธุรกิจอีเว้นท์ ปี 2557 ร่วมกับการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจอีเว้นท์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภายใต้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังคงเกิดขึ้นภายในประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการย่อมให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณด้านการตลาดที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงมีแนวโน้มจัดสรรงบประมาณการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ มายังการจัดงานอีเว้นท์มากขึ้น เนื่องจากการจัดงานอีเว้นท์เป็นการใช้งบประมาณสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมกับสินค้าและบริการสำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และเป็นการสื่อสารสองทางระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า (Two-way Communication) รวมถึงยังสามารถวัดผลความสำเร็จได้อย่างชัดเจนมากกว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งเป็นเพียงการใช้งบประมาณสื่อสารจากผู้ประกอบการไปยังลูกค้าในทิศทางเดียว (One-way Communication) อีกทั้งการวัดผลความสำเร็จในการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ยังเป็นไปได้ยากกว่าการจัดงานอีเว้นท์

ทั้งนี้ แม้ว่าการจัดงานอีเว้นท์จะมีความอ่อนไหวในระดับสูงต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศและปัจจัยภายนอกที่ควบคุมหรือคาดการณ์ได้ยาก แต่ก็พบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศไทยยังมีโอกาสกระจายความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจภายใต้ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระจายความเสี่ยงจากการรับจัดงานอีเว้นท์เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ไปสู่การเปิดตลาดธุรกิจอีเว้นท์ในต่างจังหวัดและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) ที่ผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ภายในประเทศยังมีข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ของไทยที่มีความพร้อมมากกว่าในการเข้าไปให้บริการในประเทศดังกล่าว ดังจะเห็นได้จากการที่มีผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่ของประเทศไทยได้เริ่มเข้าไปเจาะตลาดประเทศกลุ่ม CLMV มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศเมียนมาร์ ที่ได้มีการรับจัดงานอีเว้นท์และแคมเปญขนาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น งานเฉลิมฉลองเค้าท์ดาวน์เข้าสู่ปีใหม่ งานเทศกาลสงกรานต์ งานมหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 27 เป็นต้น รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่ของประเทศไทยยังริเริ่มสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ของประเทศกลุ่ม CLMV ในหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น การร่วมหุ้นจัดตั้งบริษัท การร่วมก่อสร้างสถานที่จัดงานอีเว้นท์เพื่อส่งเสริมให้ประเทศกลุ่ม CLMV มีสถานที่รองรับการจัดการงานที่จะสามารถต่อยอดธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอีเว้นท์ขนาดใหญ่ของประเทศไทยได้ เป็นต้น